HULC มุมกลับของชุดจอมพลัง

0

Comments

HULC มุมกลับของชุดจอมพลัง

January 25, 2010 Blog Zone by jagkrit

ความจริงแล้วผมเคยพูเรื่องนี้ไปแล้วในปี 2008 เมื่อครั้งที่ภาพยนตร์เรื่อง Iron Man กำลังลงโรงอยู่ ซึ่งในช่วงนั้นมีการพัฒนาชุดจอมพลังที่มีชื่อว่า Sarcos ขณะที่ในประเทศญี่ปุ่นเองก็มีการพัฒนาชุดลักษณะนี้อยู่เช่นกัน ซึ่งอดีตแนวคิดของชุดลักษณะนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุหรือผู้พิการ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปรกติ แต่เมื่อมีการตั้งวัตถุประสงค์เพื่อมาใช้ในทางทหาร ชุดจอมพลังนี้กลับถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วด้วยเงินทุนจำนวนมหาศาลจนมากลายเป็น HULC ชุดจอมพลังรุ่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาโดยบริษัท Lockheed Martin

HULC เป็นชุดจอมพลังที่อาศัยการทำงานของระบบไฮโดรลิกควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ติดตั้งที่ขาทั้ง 2 ข้างของผู้สวมใส่ มีขนาดเล็กกะทัดรัด ไม่ดูเทอะทะเหมือนกับ Sarcos และสามารถนำมาใช้งานได้จริง ซึ่งสามารถคำนวณการเสริมแรงไฮโดรลิกให้เหมาะสมกับการเคลื่อนไหวที่ผู้สวมใส่ต้องการ สามารถเดิน วิ่ง นั่งคุกเข่า คลาน และเคลื่อนไหวได้เหมือนปรกติ ผลก็คือผู้ที่ใส่ชุดนี้จะมีพละกำลังเพิ่มขึ้น สามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 16 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถแบกสัมภาระน้ำหนักกว่า 60 กิโลกรัมและเคลื่อนไหว เดินหรือวิ่งระยะทางไกลๆสบายๆ ขณะเดียวกันชุดที่ทำจากวัสดุไททาเนียม ทำให้มีน้ำหนักไม่ถึง 25 กิโลกรัม สามารถสวมใส่หรือถอดออกได้ในไม่กี่วินาที ด้วยพลังงานจากแบตเตอรีแบบ Fuel Cell  ทำให้ชุดนี้สามารถทำงานต่อเนื่องได้นานถึง 72 ชั่วโมง และคงใช้ได้นานกว่านี้อีก หากมีการพัฒนาให้สามารถชาร์จพลังงานได้ด้วยแผงโซล่าเซลล์

แน่นอนว่าทหารที่สวมใส่ชุดนี้สามารถแบกสัมภาระที่มีน้ำหนักมากได้อย่างสบาย สามารถแบกอาวุธที่มีพลังทำลายล้างเพิ่มขึ้นได้ จากแต่เดิมสามารถสะพายปืนกลประจำกายเท่านั้น ไม่อยากนึกเลยครับว่า รูปแบบการทำสงครามโดยใช้กองกำลังทหารราบในอนาคตจะมีอำนาจทำลายล้างมากเพียงใด แต่หากมองในแง่ดี หากในอนาคตมีการนำชุดนี้ไปใช้ในเชิงสร้างสรรค์ ช่วยผู้สูงอายุ เป็นอุปกรณ์กายภาพบำบัด หรือช่วยผู้พิการ ชุดจอมพลังลักษณะนี้นี้คงทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะจริงไหมครับ
 

คลาวด์คอมพิวติง...โอกาส หรือวิกฤติของคนไอที

0

Comments

คลาวด์คอมพิวติง...โอกาส หรือวิกฤติของคนไอที

January 21, 2010 Blog Zone by prasong

ปีนี้เรื่องที่คาดว่าจะฮอตฮิต และมีคนพูดถึงกันมากในแวดวงไอทีก็ยังคงเป็น "คลาวด์คอมพิวติง" ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว แต่จะต่างกันตรงที่ปีนี้ราจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับคลาวด์คอมพิวติงกันในเชิงลึกมากขึ้น โดยเฉพาะ "Private Cloud” หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า "Internal Cloud” นั่นเอง สำหรับ "Public Cloud” คงไม่มีการพูดถึงมากนักในปีนี้ เพราะปีที่ผ่านมาก็มีการถึงเรื่องนี้กันมาแทบจะครึ่งค่อนปีแล้ว

ผมไม่ขอพูดถึงคลาวด์คอมพิวติงในเชิงเทคนิค หรือประโยชน์ที่องค์กรต่างๆ จะได้รับจากการใช้บริการประเภทนี้นะครับ เพราะรับรองได้ว่าเดี๋ยวคงมีคนมาพูดเรื่องนี้ให้ฟังกันจนเบื่อ แต่จะมุ่งประเด็นไปที่ผลกระทบของคลาวด์คอมพิวติงต่อคนในแวดวงไอทีมากกว่า เพราะมีทั้งด้านบวก และลบ

ผลตอบแทนส่วนเกิน: กรณีศึกษาสัมปทานโทรคมนาคม โทรทัศน์ และการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร

0

Comments

ผลตอบแทนส่วนเกิน: กรณีศึกษาสัมปทานโทรคมนาคม โทรทัศน์ และการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร

December 02, 2009 Blog Zone by media monitor

โดย สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ - อิสร์กุล อุณหเกตุ

สัมปทานเป็นรูปแบบหนึ่งของการร่วมการงานระหว่างรัฐกับเอกชน  โดยรัฐให้สิทธิแก่เอกชนในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้บริการต่างๆ แก่ประชาชนในช่วงเวลาที่กำหนด ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้เปิดการมีส่วนร่วมของเอกชนในรูปแบบสัมปทาน หรือ “สัญญาร่วมการงาน” อย่างกว้างขวางทั้งกิจการโทรคมนาคม วิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ รถไฟฟ้า ทางด่วน ร้านค้าปลอดอากร เป็นต้น โดยสัมปทานส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบการสร้าง-โอนทรัพย์สินเป็นของรัฐ-ให้ บริการ (built-transfer-operate หรือ BTO)

Google vs News Corp(?)

0

Comments

Google vs News Corp(?)

November 26, 2009 Blog Zone by Parnsak

ประเด็น ร้อนของกูเกิลยังคงมีมาอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ นั่นก็คือ การที่ทาง News Coperations สื่อยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ซึ่งมีเจ้าของคนเดียวกับ 20th Century Fox, Fox TV, Wall Street Journal, The Sun รวมไปถึงThe Times ออกมาแถลงข่าวว่าเตรียมจะดึงดัชนีข้อมูล (Index) ออก จากกูเกิล ซึ่งข่าวจากวงในแว่วว่าคู่แข่งรายหลักเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง โดยพร้อมที่จะทุ่มเงินเพื่อสร้างโอกาสในการขยี้กูเกิลและบีบให้ซื้อ Index จากทาง News Corp ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำเพราะอาจติดปัญหาในเรื่องของ ข้อกฏหมายเกี่ยวกับการปิดกั้นสื่อหรือแม้แต่กฏหมายการผูกขาดของทางยุโรปก็ เป็นได้ เนื่องจากกูเกิลถือเป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้อย่างเสรีบนโลกอินเตอร์เน็ต และ Web 2.0 รวมถึงบริการต่างๆ ในลักษณะ Pubilc Cloud ที่มีฐานผู้ใช้อยู่เป็นจำนวนมากในขณะนี้ การช่วงชิงผู้ใช้ตรงส่วนนี้กลับมาจากกูเกิล นับว่าเป็นเรื่องยากพอสมควร

ขณะที่สื่ออื่นๆเองคาดว่าน่าจะกำลังอยู่ในช่วงของการตัดสินใจอยู่ว่าจะเอา แบบอย่าง News Corp ดี หรือไม่เพราะธุรกิจสื่อ โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ กำลังอยู่ในช่วงตกต่ำตามสภาพเศรษฐกิจ และการขายดัชนีข้อมูลก็เป็นทางเลือกอย่างหนึ่งที่จะช่วยพยุงธุรกิจโดยรวมเอา ไว้ได้หลังจากประสบปัญหาขาดรายได้จากการโฆษณา แต่อย่าว่าลืมการที่จะเอาดัชนีข้อมูลของตัวเองออกจาก Search Engine เบอร์หนึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องคิดให้ดีครับ และจะไปเอาอย่าง News Corp มาก ก็ไม่ได้เพราะทางนั้นมีสื่อเป็นของตัวเองครบทุกประเภทแล้วก็ว่าได้ครับ หรือจะหันไปร่วมมือกับกูเกิลเพื่อที่จะซื้อใจกลุ่มผู้ใช้โดยเฉพาะในส่วนของ โอเพ่นซอร์ส ซึ่งเป็นแฟนของกูเกิลอยู่แล้วและฐานผู้ใช้ในโลกเสรีอื่นๆด้วย อันนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไป

แต่ขอเดาว่ากูเกิลอาจกังวลในส่วนนี้อยู่บ้างแต่ไม่มาก แม้ว่าดัชนีข้อมูลที่เรียกว่าน่าจะประมาณครึ่งหนึ่งมาจากข่าวสารต่างๆ เพราะรายได้ของกูเกิลจะไปอยู่ในส่วนของโฆษณาออนไลน์ รวมถึง Public Cloud ในระดับองค์กร ซึ่งเรื่องนี้ต้องรอความชัดเจนมาจากทางกูเกิลอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร เมื่อโดนคู่แข่งบีบมาซะขนาดนี้ หวังว่าจะไม่ลุกลามไปถึงในส่วนของบราวเซอร์นะครับ

หรือใครคิดเห็นอย่างไร? ลองส่งอีเมลมาคุยกันครับ^^

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

ไอที..กับยุคเศรษฐกิจฟื้นตัว?

0

Comments

ไอที..กับยุคเศรษฐกิจฟื้นตัว?

November 24, 2009 Blog Zone by Parnsak

สำหรับช่วงนี้ถือได้ว่ากำลังก้าวเข้าสู่ช่วงปลายปีอย่างแท้จริงแล้ว เพราะอีกไม่ถึงสองเดือนก็จะเป็นกลายเป็นปี 2533 ซึ่ง คาดว่าหลายองค์กรคงอยู่ในช่วงของการวางบทสรุปเกี่ยวแผนทางธุรกิจในปีหน้าที่ เชื่อกันว่าเศรษฐกิจน่าจะพลิกฟื้นกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ระดับหนึ่ง แม้ว่าเมื่อดูจากหลายปัจจัยที่ผ่านมาแล้วจะยังดูไม่สู้ดีเท่าไหร่ก็ตาม ทั้งในส่วนของความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยน เสถียรภาพของราคาน้ำมัน รวมถึงเรื่องสำคัญเกี่ยวกับความชัดเจน และความเชื่อมั่นทางการเมืองภายในประเทศ

เรื่องของไอที ในช่วงนี้อาจต้องเริ่มหันสำรวจและวิเคราะห์กันดูว่า ผลตอบรับทางธุรกิจหรือการลดค่าใช้จ่ายจากการใช้ไอทีเป็นไปได้ดีเพียงใด อย่างเช่น องค์กรไหนที่ มีศูนย์ข้อมูล ก็ต้องมาดูกันว่าปีนี้สามารถลดใช้จ่ายไปได้เพียงไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ พลังงาน และการอัพเกรดฮาร์ดแวร์ต่างๆ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายแฝงต่างๆ ซึ่งจากผลการสำรวจจากหลายสถาบันพบว่ากลายเป็นประเด็นสำคัญที่เหล่าบรรดาซีไอโอหลายกำลังขบคิดอยู่ว่าทำอย่างไรจึงจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไปได้มากที่สุด โดยทางเลือกยอดนิยมคงหนีไม่พ้นเรื่องของการใช้ซอฟต์แวร์เข้ามาช่วยบริหารจัดการการใช้พลังงานของอุปกรณ์ต่างๆ การคอนโซลิเดท ในลักษณะของเวอร์ชวลไลเซชัน ทั้งในส่วนของเซิร์ฟเวอร์หรืออุปกรณ์เน็ตเวิร์กอย่างเราเตอร์หรือสวิตซ์เป็นต้น ซึ่งการเลือกฮาร์ดแวร์หรือโซลูชันหรือนับว่าเป็นเรื่องจำเป็นมาก โดยอาจต้องพยามเรียนรู้กรณีศึกษาจากบทความโฆษณาหรือบทวิเคราะห์ตามสื่อต่างๆ ให้ดีเสียก่อน หากว่าไม่ต้องการอัพเกรดหรือเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์กันบ่อยๆ

ในส่วนของซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการต่างๆ การรุกคืบของโลกโอเพ่นซอร์สได้ทำให้ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีได้ร้อนๆหนาวๆกันพอสมควร ซึ่งว่ากันว่าด้วยสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ บางครั้งโอเพ่นซอร์สก็ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าในบางโอกาส แต่ทั้งนี้ต้องไม่ลืมนึกถึงความ เข้ากันได้ของรูปแบบข้อมูลหรือการใช้งานต่างๆด้วย ว่าบุคลากรภายในองค์กรมีความพร้อมมากน้อยเพียงใด ที่สำคัญยังต้องให้ความสำคัญกับเรื่องความเสถียรด้วย โดยในปีหน้าต้องมาดูกันยาวๆครับว่าสงครามระหว่างระบบเปิดและระบบปิดจะเป็นไปอย่างไร แนวโน้มขององค์กรจะยังคงให้ความไว้วางใจกับระบบปิดหรือจะเริ่มหันมาใช้งานระบบเปิดกันมากขึ้น แต่ที่แน่ๆผมเชื่อว่าในท้ายที่สุดแม้ว่าอาจทำให้เราตัดสินใจลำบาก แต่ผลประโยชน์ก็น่าจะตกอยู่ที่องค์กรทั้งในเรื่องของไลเซนส์หรือเซอร์วิสต่างๆ ที่อาจลดต่ำลงตามสภาพการแข่งขันที่สูงขึ้นครับ

ยังไงฝากติดตามข่าวสารต่างๆในช่วงนี้ให้ดีๆครับ อย่าได้กระพริบตา โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของผู้ให้บริการไอทีรายใหญ่ๆ ที่กำลังขับเคี่ยวกันเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มาเอาใจผู้ใช้งานในระดับองค์กร ขณะเดียวกันตอนนี้ใครที่กำลังสนใจข้อมูลข่าวสารและบทความที่อัพเดท อย่าลืมติดตามชมเว็๋บไซต์ c4zone.com ไปเรื่อยๆนะครับ สวัสดีครับ :)

ปานศักดิ์ มังกรแก้ว

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it